|
|
|
ร่วมสนับสนุนฎีกาถวายในหลวง กรณีกฎหมายหมิ่นและบทบาทของสถาบันกษัตริย์และคณะองคมนตรี |
To: All Thais and citizens of the worldฎีกาถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี
วันที่ : __________________________________
ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม
บรรดาข้าพระพุทธเจ้าผองพสกนิกรชาวไทยใต้พระบรมโพธิสมภาร พลเมืองของประเทศไทยผู้ซึ่งได้ลงนามต่อท้ายหนังสือฎีกาฉบับนี้ พร้อมด้วยการสนับสนุนของมิตรจากต่างประเทศจำนวนหนึ่ง เป็นผู้ที่รักประเทศชาติบ้านเกิด และการมีพระมหากษัตริย์ที่ทรงทศพิธราชธรรมคู่บ้านคู่เมืองอย่างจริงใจและไม่สั่นคลอน ผองข้าพระพุทธเจ้าต่างเห็นว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงเท่านั้นที่เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับแก้ปัญหาระยะยาวทางสังคม การเมือง วัฒนธรรม และเศรษฐกิจที่ประสพกันอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย รวมทั้งประเทศไทยเราด้วย ในฐานะพลเมืองที่มีสำนึกรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ผองข้าพระพุทธเจ้ามีความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อสิ่งที่เกิดขึ้นทางการเมืองและสังคมของไทย ซึ่งได้แบ่งแยกผู้คนทางความคิด ทำลายความกลมเกลียวและสันติสุขอย่างน่าใจหาย กัดกร่อนความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายบ้านเมืองจนความเชื่อมั่นหดหาย ละเมิดอำนาจอธิปไตยของปวงชนอย่างร้ายแรง และทำร้ายความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจที่ผองข้าพระพุทธเจ้าเคยมีก่อนหน้านี้ ฯลฯ ด้วยความเคารพและจงรักภักดี ผองข้าพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยมิตรสหายจากต่างประเทศจำนวนมากที่ห่วงใยความก้าวหน้าของประเทศไทย เชื่อว่า พระองค์ท่านอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดความรุนแรงของสถานการณ์ต่าง ๆ ในปัจจุบันและแผ้วถางทางสำหรับอนาคตที่ดีขึ้นของประเทศไทย หากพระองค์จะทรงพระราชทานพระราชวินิจฉัยและหาแนวทางให้เกิดการปฎิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเด็นข้อเรียกร้องต่อไปนี้
ประการแรก ตามที่ทรงมีพระราชดำรัสแด่ปวงชนชาวไทย ณ วันที่ ๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘ อันมีใจความตอนหนึ่งบ่งชัดว่า ทรงมีพระเมตตาธิคุณและพระราชหฤทัยที่กว้างใหญ่ไพศาล กอปรกับพระราชประสงค์ให้ประชาชนสามารถวิจารณ์องค์พระมหากษัตริย์ได้นั้น ผองข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความอบอุ่นและมั่นใจในพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมและในการขอให้พระองค์ทรงพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยให้มีการดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่ไม่เหมาะสมกับกาลสมัยและระบอบประชาธิปไตยเสียโดยเร็ว ด้วยเหตุผลเพิ่มเติมดังนี้
หนึ่ง กฎหมายฉบับนี้ ได้บัญญัติไว้เพราะถือว่าเป็นจารีตประเพณีที่ประชาชนพึงถวายแด่พระมหา กษัตริย์เท่านั้น แต่ไม่ควรนำมาใช้เพื่อเอาผิดผู้หนึ่งผู้ใดเช่นเดียวกับนานาประเทศที่ปกครอง ด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพราะการบัญญัติเป็นความผิดตามกฎหมายไทยนั้น เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยอย่างยิ่ง ทำให้นานาอารยประเทศต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นกฎหมายฉบับเดียวในโลกที่เก่าแก่ล้าสมัยโบราณคร่ำครึ ป่าเถื่อน ไร้อารยธรรม ไร้สาระ น่าขัน และไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างยิ่ง
สอง เนื่องจากกฎหมายหมิ่นฯ ของไทยมีขอบเขตและความหมายที่กำกวมและกว้างเกินไป แทนที่จะบัญญัติไว้เพื่อปกป้องคุ้มครองพระมหาษัตริย์อันเป็นที่เคารพรักและ เทิดทูนของปวงชนชาวไทยตามที่ตั้งใจไว้แต่ต้น กลับถูกรัฐบาลเผด็จการทางทหารหรือพรรคการเมืองฝ่ายเผด็จการ นำไปใช้โดยมิชอบเพื่อเข่นฆ่าทำลายล้างศัตรูคู่แข่งที่มีความขัดแย้งกันทาง การเมือง การลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพของประชาชนชาวไทยตามระบอบประชาธิปไตย จึงสร้างความโกรธแค้น ชิงชังและคับข้องใจแก่ผู้เคราะห์ร้ายที่ตกเป็นเหยื่อ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยอีกมากมาย
สาม ในอดีต มีหลายครั้งหลายคราที่มีการอ้างใช้กฎหมายหมิ่นฯ เพื่อยุยงปลุกปั่นให้มีการเข่นฆ่าทำลายล้างคนไทยด้วยกันเอง ที่ออกมาเรียกร้องสิทธิตามระบอบประชาธิปไตย ดังจะเห็นได้จากกรณีเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 เป็นต้น
สี่ นับตั้งแต่เกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จนถึงบัดนี้ ได้เกิดเสียงครหาโจษจันกันมากมายเกี่ยวกับการรับรองโจรกบฏว่าเป็นรัฐาธิปัต ย์ วิกฤติศรัทธาตุลาการที่เข้าข้างโจรกบฏ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่แอบอ้างเบื้องสูง ทำตัวเยี่ยงโจรผู้ก่อการร้ายสากลปิดสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ และทำผิดกฎหมายบ้านเมืองตามอำเภอใจโดยไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐหน่วยใดกล้าจับ กุมมาลงโทษแต่อย่างไร การที่ทหารกล้านอกแถวทำรัฐประหาร ตุลาการเอียงเข้าข้างโจรกบฏ ตำรวจไม่กล้าจับพันธมิตรฯป่วนเมืองเพราะถือว่าเป็นม็อบมีเส้นใหญ่ ไม่มีใครกล้าแตะต้อง บ้านเมืองไร้ขื่อไร้แป เกิดวิกฤติศรัทธาลามไปทั่วเช่นนี้ จึงเป็นการยากยิ่งนักที่จะห้ามไฟไม่ให้มีควัน ยิ่งรัฐบาลปัจจุบันที่ได้มาโดยมิชอบด้วยเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนตามระบอบ ประชาธิปไตย ก็ยิ่งเท่ากับเติมเชื้อไฟให้รุกโหมหนักยิ่งขึ้นไปอีก และยิ่งคิดที่จะเอากฎหมายหมิ่นฯ มาปิดบังความชั่วที่สร้างเอาไว้ ก็ยิ่งจะเป็นการทำลายสถาบันให้เสื่อมทรุดหนักยิ่งไปกว่าเดิมอีก
ห้า จากผลของการการบังคับใช้กฎหมายนี้ต่อคนไทยและชนต่างชาติเท่าที่ผ่านมานั้น มีแต่จะสร้างความเสื่อมเสียและความเสื่อมศรัทธาต่อพระเกียรติของพระองค์ท่านในฐานะพระปิยมหากษัตริย์นักปฏิรูปพัฒนาเสียมากกว่า เพราะมีการใช้กฎหมายนี้เพื่อจับกุมคุมขังนักต่อสู้เพื่อสิทธิ เสรีภาพและประชาธิปไตย จำนวนมากผู้ซึ่งมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นทางด้านวิชาการและการเมือง ซึ่งถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างยิ่งอย่างหนึ่งของการปกครองระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้เมื่อนักต่อสู้แต่ละรายถูกจับกุมคุมขังดำเนินคดี และมีการรายงานข่าวไปตามสื่อสารมวลชนต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศแล้ว ก็มีแต่จะทำให้คนทั่วไปครหาได้ว่า พระมหากษัตริย์ไทยได้ทรงข่มเหงรังแกประชาชนพลเมืองของพระองค์ และหากจะพิจารณาดูให้ถ่องแท้แล้ว ก็จะยิ่งน่าประหลาดใจยิ่งขึ้น เมื่อพบว่าการใช้กฎหมิ่นฯนี้นั้น เป็นการข่มเหงชาวต่างชาติจากประเทศที่ไม่เคยมีกฎหมายหมิ่นฯ นี้มาก่อนหรือได้ยกเลิกไปแล้ว
หก เหตุผลสุดท้ายที่ถือว่าสำคัญที่สุดคือ กฎหมายหมิ่นฯ ไม่เหมาะสมกับยุคสมัยในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นยุคโลกาภิวัฒน์แต่อย่างไร ตราบใดที่พระองค์ยังทรงทศพิธราชธรรมมั่นคงอยู่ ตราบนั้นประชาชนคนไทยก็ยังคงเคารพรักในพระองค์มิมีวันเปลี่ยนแปลง และยิ่งพระองค์มีความเป็นนักประชาธิปไตยมากเท่าไร สถาบันกษัตริย์ก็ยิ่งจะมั่นคงยิ่งขึ้นมากเท่านั้น ดังที่ปรากฎชัดในอารยประเทศทั้งหลาย
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ผองข้าพระพุทธเจ้า พลเมืองแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยกัลยาณมิตรจากต่างประเทศ ขอพระองค์จงพระราชท่านพระราชวินิจฉัยเพื่อให้เกิดพระราชกรณียกิจและกิจกรรมที่เหมาะสมต่อประเด็นข้างต้นต่อไป โดยอาจให้มีการยกเลิกกฎหมายหมิ่นฯ นี้ เสียโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นอกจากนี้ ผองข้าพระพุทธเจ้ายังปรารถนาที่จะขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในการประกาศต่อปวงชนชาวไทย ด้วยการพระราชทานพระบรมราโชวาทหรือพระราชหัตถเลขาอย่างชัดเจ้งเกี่ยวกับจุดยืนของพระองค์ต่อประเด็นกฎหมายหมิ่นฯ และพระราชประสงค์อันชัดแจ้งว่าควรมีการกระทำเยี่ยงใดต่อกฎหมายนี้ สิ่งหนึ่งซึ่งควรเกิดขึ้นหลังจากพระมหากรุณาธิคุณในการตอบสนองของพระองค์ต่อข้อเรียกร้องนี้ น่าจะเป็นการแก้รัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๕๐ ต่อไป อนึ่ง ในระหว่างที่สิ่งอื่น ๆ ยังต้องรอให้เป็นไปตามตัวบทกฎหมายและกระบวนการทางประชาธิปไตยนี้ ผองข้าพระพุทธเจ้าประสงค์จะขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในการทรงพระราชทานอภัยโทษปล่อยนักโทษและผู้ต้องหาคดีหมิ่นฯ ทุกรายเสียให้หมดโดยเร็ว เพื่อเป็นการแสดงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ และพระราชหฤทัยที่เป็นประชาธิปไตยยิ่งของพระองค์ ให้เป็นที่ประจักษ์และประทับแน่นในหัวใจของผู้ที่ต้องโทษหรือถูกกล่าวหา ตลอดจนปวงประชาชนทั้งหลายต่อไป โดยทรงใช้พระอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๑ พระราชทานพระอภัยโทษ แด่
๑) ผู้ต้องสงสัยหรือผู้ถูกหมายเรียกในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อันกระทำด้วยวิพากษ์วิจารณ์เชิงวิชาการ หรือแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย มิได้ใช้คำผรุสวาท หยาบคาย ด่าทอ ต่อสถาบันกษัตริย์
๒) ผู้ต้องขัง ในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อันกระทำด้วยวิพากษ์วิจารณ์ เชิงวิชาการ หรือแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย มิได้ใช้คำผรุสวาท หยาบคาย ด่าทอ ต่อสถาบันกษัตริย์
๓) ผู้ที่ถูกดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในครั้งแรก หรือการพระราชทานอภัยโทษนักโทษคดีนี้ทั้งหมด หรือแล้วแต่พระองค์จะทรงเห็นควรชอบเป็นอย่างอื่น
ประการที่สอง เพื่อเป็นการแก้ปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง ณ ปัจจุบัน ซึ่งได้ทำร้ายประเทศชาติให้เสียหายทั้งด้านความเชื่อถือทางการทูต ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ความสงบเรียบร้อยและภราดรภาพในสังคม พัฒนาการทางการศึกษาและอื่น ๆ จนเหลือคณาแล้วนั้น ผองข้าพระพุทธเจ้ายังปรารถนาให้พระองค์ท่านได้ทรงแสดงพระมหากรุณาธิคุณโดยการทรงพระราชทานพระราชดำรัส หรือพระราชหัตถเลขาต่อปวงชนชาวไทยและผู้มีภารกิจเกี่ยวข้อง อย่างชัดแจ้ง ว่าจุดยืนของพระองค์ต่อประเด็นการให้สถาบันพระมหาษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมืองทั้งโดยนิตินัยและพฤตินัยเป็นเช่นไร สิ่งที่เป็นที่ประจักษ์และโจษจันกันในกลุ่มพลเมืองไทยจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะนี้นั้น หลายสิ่งไม่เป็นผลดีต่อสถาบันกษัตริย์ เป็นเพราะรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้สถาบันฯ ถูกนำไปเกี่ยวโยงทางการเมือง โดยพระมหากษัตริย์ทรงต้องลงพระปรมาภิไธยเห็นชอบต่อการกระทำใด ๆ ทั้งที่ถูกต้องตามหลักประชาธิปไตยและที่ไม่เป็นประชาธิปไตย โดยหลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะไม่ว่าจะทรงตัดสินพระทัยเช่นใด ก็จักเป็นการก่อให้เกิดอันตรายต่อสถาบันฯ เสียทั้งสิ้น เช่น การต้องลงพระปรมาภิไธยรับรองผู้ก่อการปฎิวัติรัฐประหาร การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีไม่วาจะได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนหรือที่มีที่มาแบบไม่เป็นประชาธิปไตยเพียงใด และการแต่งตั้งองค์กรใด ๆ ทางการบริหาร ตุลาการและนิติบัญญัติที่ถูกนำทูลเกล้าอย่างไม่ชอบตามหลักประชาธิปไตยหรือแม้แต่กฎหมาย โดยพระองค์ท่านไม่มีทางเลี่ยงเลย จนจะเห็นได้ว่าเงื่อนไขที่กำหนดในรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมา ได้ทำให้เกิดรอยด่างเปื้อนต่อสถาบันกษัตริย์อย่างเลวร้ายที่สุดในระยะปีหลังนี้ โดยคนไทยจำนวนมากได้เกิดความสงสัยในบทบาทที่มีการอ้างด้วยทั้งวาจาและการเอาสัญลักษณ์ของสถาบันฯ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง จนเป็นเหตุให้พลเมืองจำนวนมากเกิดอาการเชื่อไปว่า สถาบันกษัตริย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองที่ยุ่งเหยิง หรือแม้แต่อยู่เบื้องหลังการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยเสียเอง โดยเป็นเผด็จการเบ็ดเสร็จผ่านอำนาจนิติบัญญัติ ตุลาการ และบริหารในที่สุด ดังที่สำนักข่าวต่างประเทศก็ได้รายงานไปในทำนองเดียวกัน ซึ่งทำให้สถาบันอันเป็นที่รักของคนไทย ต้องเสื่อมเสียอย่างยิ่ง ดังนั้น เพื่อรักษาความรักและความภักดีที่พลเมืองไทยได้มีต่อพระองค์และราชวงศ์นั้น ผองข้าพระพุทธเจ้า จึงขอให้พระองค์ทรงใส่พระราชหฤทัยต่อประเด็นการยกเอาสถาบันกษัตริย์ให้พ้นเสียจากบทบาทที่คลุมเครือด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองและให้พ้นจากเงื่อนไขที่จะทำให้สถาบันฯ เสื่อมเสีย โดยทรงประกาศให้ชัดเจนต่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อที่ว่า ขั้นตอนที่จำเป็น เช่นการแก้รัฐธรรมนูญและสิ่งอื่น ๆ ที่จำเป็นจักได้เกิดขึ้นได้หลังจากนั้น
ประการสุดท้าย ที่ผองข้าพระพุทธเจ้าปรารถนาจะให้พระองค์ท่านโปรดใช้พระราชวินิจฉัยให้เกิดผลแห่งการปฏิบัตินั้น เกี่ยวเนื่องด้วยการจำกัดบทบาทของคณะองคมนตรีให้อยู่เฉพาะในกรอบแห่งกิจกรรมของพระราชวังและส่วนพระองค์ มิใช่ไปเกี่ยวด้วยกิจกรรมทางการทหารและการเมืองใด ๆ แม้ว่าตามสาระทางกฎหมายเกี่ยวข้องกับคณะองคมนตรี ได้กำหนดไว้ว่า องคมนตรีมีสถานะที่ต้องเป็นกลางทางการเมือง แต่กลับได้ปรากฎมีข่าวต่อสายตาประชาชนในประเทศไทยและต่างประเทศว่า ได้มีประธานและสมาชิกขององคมนตรีบางท่านได้แสดงพฤติกรรมทำนองสนับสนุนการก่อการปฏิวัติรัฐประหาร เข้าไปก้าวก่ายในการแต่งตั้งข้าราชการทหารและข้าราชการพลเรือน ให้ความเห็นทางการเมืองที่ไม่เป็นกลาง และให้คำแนะนำทางการเมืองอันไม่ได้รับเชิญหรืออันมิเหมาะสม ซึ่งได้ก่อให้เกิดความสับสนในระหว่างกลุ่มชนที่เกี่ยวข้อง และบ่อยครั้งพวกเขาได้แสดงตนราวกับว่า เป็นตัวแทนพระสุรเสียงของสถาบันกษัตริย์ หรือของพระองค์ท่านโดยตรงเสียเอง จนทำให้เกิดการได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรมต่อชนบางกลุ่มและเกิดความคับข้องใจในระหว่างกลุ่มคนที่เสียเปรียบจากความเห็นดังกล่าว ดังนั้น ผองข้าพระพุทธเจ้าจึงปรารถนาจะขอให้พระองค์ทรงพระราชทานพระราชดำรัสหรือพระราชหัตถเลขาที่ระบุถึงประเด็นนี้ให้ชัดเจน เพื่อจักเป็นที่ซาบซึ้งอย่างยิ่งสำหรับคนไทยทั้งหลายที่ไม่สบายใจต่อภาพแห่งความไม่เป็นธรรมในระบอบประชาธิปไตยไทยซึ่งได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดยบทบาทที่ล้ำขอบเขตของบุคคลในคณะองคมนตรี และจักเป็นการเพิ่มพูนพระบารมีและเพิ่มความจงรักภักดีในหมู่ประชาชนทั้งหลายยิ่งขึ้นต่อไป
ความโดยสรุป ผองข้าพระพุทธเจ้า ผู้ซึ่งได้ลงนามต่อท้ายข้างล่างนี้และเป็นพลเมืองไทยที่มีจิตใจเป็นห่วงกังวล ทั้งที่พำนักในประเทศไทยและต่างประเทศ พร้อมด้วยมิตรสหายจากต่างแดนผู้มีใจห่วงใย ปรารถนาจะขอให้พระองค์ท่านพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในการให้พระราชวินิจฉัยและให้เกิดการปฎิบัติที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นสามประเด็นใหญ่ ๆ นี้ ผองข้าพระพุทธเจ้าเชื่อเหลือเกินว่า ด้วยพระราชอัจฉริยะและพระมหากรุณาธิคุณแล้ว พระองค์ท่านจะไม่เพียงแต่ทำให้ปัญหาทางการเมืองและปัญหาอื่น ๆ ทั้งมวลได้รับการบำบัดไปอย่างรวดเร็ว แต่จะทำให้ทำให้ความรักและภักดีในหัวใจคนไทยที่ผองข้าพระพุทธเจ้ารักษาไว้ให้พระองค์และราชวงศ์นั้นแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และยังจะนำพาประเทศไทยให้ก้าวไปสู่อนาคตที่มีสันติสุข สมัครสมานกลมเกลียว มั่งคั่งและเปี่ยมด้วยความเป็นอารยะในโอกาสอันใกล้นี้ พร้อมทั้งการดำรงอยู่ของสถาบันพระมหากษัตริย์คู่คนไทยสืบต่อไปแสนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะฯ
ประชาชนชาวไทยและเพื่อนจากต่างประเทศ ผู้ลงนามแนบท้าย
Sincerely,
The ร่วมสนับสนุนฎีกาถวายในหลวง กรณีกฎหมายหมิ่นและบทบาทของสถาบันกษัตริย์และคณะองคมนตรี Petition to All Thais and citizens of the world was created by and written by Thaisoverseas (4everpiangdin@gmail.com). This petition is hosted here at www.PetitionOnline.com as a public service. There is no endorsement of this petition, express or implied, by Artifice, Inc. or our sponsors. For technical support please use our simple Petition Help form.
Send Petition to a Friend - Petition FAQ - Start a Petition - Contributions - Privacy - Media Kit
| PetitionOnline - DesignCommunity - ArchitectureWeek - Great Buildings - Archiplanet - Search | |
| http://www.PetitionOnline.com/nomorelm/petition.html | © 1999-2007 Artifice, Inc. - All Rights Reserved. |